| Days 1: สนามบินสุวรรณภูมิ |
22.00 น. |
คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น4 พบกันที่เคาน์เตอร์เช็คอินแถว Row Qแถว 14-20 อาคารผู้โดยสารขาออก ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
| Days 2: ไคโร – อิสตันบูล – ชานัคคาเล่ |
00.50 น. |
ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูลหรือ ในอดีตกรุงคอนสแตนติโนเปิลแห่งสมัยจักรวรรดิไบเซนไทน์ ออกเดินทางโดย สายการบิน อียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS961
|
05.55 น. |
เดินทางถึงสนามบิน ณ กรุงไคโร
|
09.45 น |
เปลี่ยนเครื่องเพื่อต่อไฟล์ทไปยัง กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน อียิปต์ แอร์ เที่ยวบินที่ MS737
|
13.00 น. |
เดินทางถึงสนามบิน นานาชาติ อตาเติร์ก กรุงอิสตันบูลหลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว
|
เที่ยง |
จากนั้นท่านเดินทางสู่ชานัคคาเล่ในอดีตเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลป์ลิโปลี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบหน้า เข้าไปยังช่องแคบคาร์ดาแนลส์ เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงครามโลก ชมม้าไม้จำลองแห่งทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณ โดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก กรุงทรอย หรือ โทรจันอดีตที่เคยรุ่งเรือง เรื่องราวของความรักระหว่างเจ้าชายปารีสกับเฮเลน นำมาซึ่งสงครามระหว่างกรีก กับโทรจัน
|
คํ่า |
นำทุกท่านเข้าสู่ที่โรงแรมที่พัก IRISHOTELหรือเทียบเท่า พร้อมรับประทานอาหารค่ำ
|
|
| Days 3: เพอร์กามัม - คูซาดาซี |
เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยังเมืองเพอร์กามัม(Pergamum)ตั้งอยู่ในบริเวณอะนาโตเลียห่างจากทะเลอีเจียนประมาณ 30 กม.ทางด้านเหนือของแม่น้ำไคซูส ซึ่งเป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวก เฮเลนนิสติก ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ นำท่านเยี่ยมชมเมือง ASKLEPIONเป็นเมืองถูกปกครองโดยสมัยโรมัน สมัยที่ 2 เมืองนี้เป็นเมืองศุนย์กลางของการแพทย์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียไมล์เนอร์และยังเป็นโรงเรียนสอนเกี่ยวกับจิตวิทยาแห่งแรกของโลก เมืองนี้ยังเคยเป็นที่พำนักรักษาตัวของ ผู้ยิ่งใหญ่ที่ปกครองจักรวรรดิโรมัน กษัตริย์เฮเดรียน ที่แห่งนี้ประกอบด้วยโรงอาบน้ำ โรงละคร และน้ำพุใจกลางเมือง
|
เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน
จากนั้นนำท่านเข้าชม House of Virgin Maryบ้านของพระแม่มารี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่ และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ชม วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ ที่ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังสามารถมองเห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้ ชมคอมเพล็กซ์ ที่ประกอบด้วย ยิมเนเซียมเวดิอุส ที่พ่อค้าและคหบดีสร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 2 มีรูปแบบตามความนิยมของโรมันในสมัยนั้นคือ รวมยิมเนเซียมไว้กับโรงอาบน้ำที่พรั่งพร้อมไปด้วยน้ำร้อน น้ำเย็น และน้ำอุ่น ภายในประดับด้วยโมเสกและรูปปั้นต่าง ๆ สนามกีฬานี้สร้างขึ้นในยุคเฮเลนิสติคเป็นรูปเกือกม้า เป็นจุดศูนย์รวมของชาวเอฟิซุสมาแต่ต้น ใช้จัดแข่งกีฬาหลายประเภท ทั้งมวยและมวย ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้จากนั้นนำท่านเดินทางมุ่งหน้าสู่ คูซาดาซี
|
ค่ำ |
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก BATIHAN HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า พร้อมรับประทานอาหารค่ำ
|
|
| Days 4: คูซาดาซี - เอฟฟิซุส – ปามุคคาเล่ |
เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านเยี่ยมชมโรงงานเครื่องหนัง ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศตุรกี หลังจากนั้นนำท่านออกเดินทางไปชมเมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus)เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่งเคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionian) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา “เอฟฟิซุส”ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ นำท่านชมห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (ROMAN BATH) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้, ห้องสมุดโบราณที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบ เฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือปราณีต
|
เที่ยง |
รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ได้เวลาอันสมควรแล้วนำทุกท่านเดินทางไปยัง เมืองปามุคคาเล่(PAMUKKALE) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผาผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆหลายชั้นและผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมาก นำท่านชมปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาเล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อนที่ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่า น้ำพุร้อนดังกล่าวรักษาโรคได้ จึงได้สร้างเมือง ฮีเยราโพลิส ล้อมรอบ ท่านจะได้สัมผัสเมืองโบราณอีกแห่งหนึ่งซึ่งสร้างขึ้นในสมัยโรมัน
|
ค่ำ |
นำท่านสู่ที่พักโรงแรม RICHMOND HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
พร้อมรับประทานอาหารค่ำ
หมายเหตุ โรงแรมมีบริการสระว่ายน้ำซึ่งเป็นน้ำแร่ธรรมชาติ หากท่านใดต้องการแช่น้ำแร่ ให้เตรียมชุดว่ายน้ำ ไปด้วย
|
|
| Days 5: ปามุคคาเล่ – คอนย่า – คัปปาโดเจีย |
เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางไปยังเดินทางต่อไปยังเมือง คอนย่า นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์เมฟลานา(MevlanaMuseum)ซึ่งเล่ากันว่าก่อตั้งขึ้นในราวปี ค.ศ. 1231 โดย เมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูมี่ ผู้วิเศษในศาสนาอิสลามซึ่งกำเนิดในอัฟกานิสถาน เดินทางมายังเมืองคอนย่าตามคำเชิญของสุลต่านเซลจูค เพื่อเขียนบทกวีลึกลับเป็นภาษาเปอร์เซีย และได้เสียชีวิตลงในปี 1273
|
เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ คัปปาโดเจีย เป็นเมืองที่อยู่ระหว่างทะเลดำกับภูเขาเทารุส มีความสำคัญมาแต่โบราณกาล เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ทอดยาวจากตุรกีไปจรดประเทศจีน
|
ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ
หลังอาหารนำท่านชมการแสดงพื้นเมือง “ระบำหน้าท้อง” ประกอบดนตรีของสาวน้อยชาวตุรกี
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมPERI HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
|
|
| Days 6: คัปปาโดเจีย – เกอเรเม – แองการ่า |
เช้า |
** สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเจีย จะต้องออกจากโรงแรม 05.30 น.ชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเจียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง (ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมเมืองคัปปาโดเจีย เมืองที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ชื่นชมกับการเดินทางที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เกิดจากภูเขาไฟที่ไหลออกปกคลุมไปทั่วพื้นที่ และเมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปต่างๆที่งดงาม จากนั้นเดินทางสู่เกอเรเม่ นำท่านเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์
จากนั้นนำท่านแวะชมโรงงานทอพรม โรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้า และของที่ระลึก
|
เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน
นำท่านลงไปชมนครใต้ดิน (UndergroundCityof Derinkuyu or Kaymakli)ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนตัวจากการรุกรานของข้าศึก พร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและสภาพชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ จากนั้นนำท่านสู่เดินทางสู่เมืองแองการ่า เมืองหลวงแห่งดินแดนอนาโตเลีย ประเทศตุรกี
|
ค่ำ |
นำท่านเข้าสู่ที่พัก MARINEM HOTEL หรือเทียบเท่าพร้อมรับประทานอาหารค่ำ
|
|
| Days 7: แองการ่า – อิสตันบูล |
เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางออกจากเมืองแองการ่าสู่เมืองอิสตันบูล
เดินทางถึงเมืองอิสตันบูล มหานคร 2 ทวีประหว่างเอเซียและยุโรป
|
เที่ยง |
รับประทานอาหารเที่ยง
หลังจากนั้น นำทุกท่านจากนั้นนำชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (BLUE MOSQUE) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ทางศาสนา ที่มีความสวยงามแห่งหนึ่ง ชื่อนี้ได้มาจากกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินที่ใช้ปูตลอดแนวฝาผนังด้านใน และถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ ซึ่งเคยเป็นวังของจักรพรรดิไบเซนไทน์ โดยสุลต่านอาหเม็ตที่ 1 ค.ศ. 1609 ใช้เวลาสร้างทั้งหมด 7 ปี ชม สุเหร่าเซนต์โซเฟีย(Saint Sophia) หรือ โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ พระเจ้าจักรพรรดิ์คอนสแตนตินเป็นผู้สร้างเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์แต่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาเสียวอดวายหลายครั้งเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่างพวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลาม จวบจนถึงรัชมสมัยของพระเจ้าจัสตินเนียน มีอำนาจเหนือตุรกี จึงได้สร้างโบสถ์เซนต์โซเฟียขึ้นใหม่ ใช้เวลาสร้างฐานโบสถ์ 20 ปี ตัวโบสถ์ 5 ปี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1996 (ค.ศ 1435) พระองค์ต้องการให้เป็นสิ่งสวยงามที่สุดได้พยายามหา สิ่งของมีค่าต่างๆ มาประดับไว้มากมาย สร้างเสร็จได้มีการเฉลิมฉลองกันอย่าง มโหฬารต่อมาเกิดแผ่นดินไหวอย่างใหญ่ทำให้แตกร้าวต้องให้ช่างซ่อมจนเรียบร้อยในสภาพเดิมเมื่อสิ้นสมัยของจักรพรรดิจัสตินเนียน ถึงสมัยพระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 2 มีอำนาจเหนือตุรกี และเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามจึงได้ดัดแปลงโบสถ์หลังนี้ให้เป็น สุเหร่าของชาวอิสลาม 52
จากนั้นนำท่านเข้าชมพระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมัน ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิ เพชร 96 กะรัต, กริชทองประดับมรกต, เครื่องลายครามจากจีน, หยก, มรกต, ทับทิม และ เครื่องทรงของสุลต่าน ฯล
|
เย็น |
รับประทานอาหาร ค่ำ ณ ภัตตาคาร / เข้าที่พักโรงแรม GOLDEN HILL HOTEL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า
|
|
| Days 8: อิสตันบูล |
เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านล่องเรือ ล่องเรือช่องแคบ บอสฟอรัส ชม ช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (The Black Sea) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (Sea Of Marmara) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 ก.ม. ความกว้าง ตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 ก.ม. ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรป และสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความสวยงามแล้วช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะ มีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้ ว่ากันว่าจะกระทั่งถึงยุคของการนำเอาเรือปืนใหญ่มาใช้ และไม่เคยปรากฏว่า กรุงอิสตันบูลถูกถล่มจนเสียหายอย่างหนักมาก่อนเลย ทั้งที่เป็นเพราะป้อมปืนดังกล่าวนี่เอง ในปีค.ศ.1973 มีการเปิดใช้สะพานบอสฟอรัส ซึ่งทำให้เกิดการเดินทางไปมาระหว่างฝั่งเอเชียและยุโรปสะดวกมากขึ้น ขณะล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ สองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาเช่ หรือบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐี ซึ่งล้วนแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น
|
11.30 น. |
นำทุกท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานเมืองอิสตันบูล
|
14.00 น. |
ออกเดินทางสู่ ไคโร โดยสายการบิน อียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS738
|
15.10 น. |
เดินทางถึงท่าอากาศยาน กรุงไคโร
จากนั้นนำท่านไป “ตลาดข่านเอลคาลิลี” ตลาดสำคัญทางการค้าขายของพื้นเมืองและแหล่งสินค้าที่ระลึกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงไคโร ท่านสามารถเลือกซื้อของพื้นเมืองสวย ๆ มากมาย อิสระในการเลือกซื้อของฝากในราคาที่ย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ หรือเป็นขวดน้ำหอมที่ทำด้วยมือ สินค้าต่างๆ เครื่องทองรูปพรรณและเพชรพลอยลวดลายแบบอาหรับ พรม และของที่ระลึกแบบพื้นเมือง
|
ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
21.10 น. |
เดินทางถึงท่าอากาศยาน กรุงไคโร
|
22.45 น. |
เหิรฟ้าอีกครั้งเพื่อบินกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน อียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS 960
|
|
| Days 9: กรุงเทพฯ |
12.00 น. |
เดินทางถึงกรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
|
|